“ริ้วรอย” ถามหาก่อนวัย อยากกลับไปมีผิวเด็กอีกครั้งต้องแก้ที่ต้นเหตุ

ริ้วรอย

ริ้วรอย เป็นปัญหาความงามที่ผู้หญิงทุกคนต้องเผชิญเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่มีใครฝืนกฎธรรมชาติหรือสามารถหยุดริ้วรอยและความเสื่อมโทรมของผิวได้ แต่น่าแปลกที่บางครั้งสำรวจอายุตัวเองแล้ว กลับพบว่าไม่ได้มากสักเท่าไร แต่ทำไมริ้วรอยถึงยังมาเยือนไม่หยุดหย่อน ทำเอาผิวหน้าไปไกลกว่าอายุจริงจนน่าใจหาย… ถ้าเราสามารถลดเลือนริ้วรอยได้เหมือนการรีดผ้าคงจะดีไม่น้อย

 

ทำความรู้จัก “ริ้วรอย” ศัตรูตัวร้ายทำลายความอ่อนเยาว์

ก่อนจะกำจัดศัตรูตัวร้ายที่คอยจ้องทำลายผิวสวยๆ อย่าง “ริ้วรอย” ให้ออกไปจากใบหน้า เรามาเริ่มต้นทำความรู้จักมันให้ดีก่อนดีกว่า ว่าแท้จริงแล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าของคุณแก่ก่อนวัย ไร้ความยืดหยุ่น จนอาจเกิดปัญหาผิวหย่อนคล้อยและหมองคล้ำจนเกินเยียวยา

 

อายุ

> เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมากที่สุด เพราะเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวที่เป็นไปตามวัย ไม่ว่าจะเป็นรอยร่องแก้ม ตีนกา หรือแม้กระทั่งเหนียง และจะยิ่งปรากฏชัดเจนเมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 60 ปี

 

แสงแดด

> เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องออกไปเผชิญกับแสงแดดในแต่ละวัน รังสียูวีในแสงแดดเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ สามารถทำลายอีลาสตินและคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น เมื่อถูกแดดสะสมมากเข้าทุกวันๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ

 

ท่าทางการนอน

> เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ผู้หญิงหลายคนไม่รู้ นั่นคือพฤติกรรมการนอนที่ผิดวิธีโดยเฉพาะการนอนคว่ำหน้าลงและนอนตะแคง ส่งผลให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนบริเวณนั้นถูกกดทับเป็นเวลานาน และเมื่อถูกกดทับซ้ำๆ เป็นประจำเจ้าเนื้อเยื่อคอลลาเจนนี้ก็จะถูกทำลายลงอย่างถาวร จนเกิดเป็นรอยย่นให้เห็นบนใบหน้านั่นเอง

 

สีหน้าและอารมณ์ความรู้สึก

> เวลาที่เราพูด ยิ้ม หัวเราะ โกรธ ดีใจ เสียใจ ฯลฯ การแสดงอารมณ์เหล่านี้เมื่อสะสมนานวันเข้าทำให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ตกอยู่ในภาวะเครียดบ่อย ชอบขมวดคิ้วเป็นประจำ ก็จะเกิดรอยย่นตรงหว่างคิ้ว หัวเราะบ่อยๆ หรือชอบทำตาหยีก็จะเกิดรอยตีนกาและร่องแก้มขึ้นมาได้ กลไกการเกิดรอยย่นจากการแสดงอารมณ์หากเปรียบไปแล้วอาจคล้ายกับพฤติกรรมการนอนที่ผิดวิธี ซึ่งเกิดผลลัพธ์เป็นรอยย่นและร่องลึกที่ถาวรขึ้นได้

 

ธรรมชาติของแรงโน้มถ่วง

> แรงโน้มถ่วงที่เป็นธรรมชาติของโลก ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำร้ายความงามบนผิวหน้าของเราได้เช่นกัน โดยการดึงให้ผิวหน้าหย่อนยานไปตามกาลเวลาของอายุ โดยสังเกตได้ง่ายๆ เมื่ออายุเข้าสู่เลข 3 จะเริ่มเห็นได้ว่ามุมปากและหนังตาทั้งบนและล่างจะเกิดอาการตกลงหรือหย่อนคล้อยลง จากนั้นจะตามมาด้วยร่องแก้มที่ลึกขึ้นชัดเจนมากขึ้น และสุดท้ายคือเหนียงใต้คางที่ห้อยย้อยอย่างชัดเจน

 

ริ้วรอย_IndiGlow1

 

สภาพผิวแบบไหน ที่บอกว่าถึงเวลาที่คุณต้องใช้ครีมลดริ้วรอยได้แล้ว

25 เป็นตัวเลขอายุที่ผิวเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือการก่อตัวอย่างเงียบๆ ของริ้วรอยจนเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นและสังเกตได้ มาเช็คกันหน่อยว่าสภาพผิวของคุณตกอยู่ในภาวะนี้หรือเปล่า?

-ผิวแห้งเป็นขุยหรือมันผิดปกติ

-เริ่มเห็นรอยเหี่ยวย่นที่ผิว

-มีฝ้า กระ ให้เห็นชัดเจน

-แต่งหน้าไม่ติด

 

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยขั้นตอนง่ายๆ เพื่อย้อนวัยให้ผิวกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง

 

1.ขัดใจปาก

พยายามเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมไปถึงเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน เช่น เครื่องดื่มชูกำลัง ชา กาแฟ สิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคอยป้องกันการเกิดปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว นอกจากเครื่องดื่มแล้วก็ควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนย ชีส เบคอน ของทอดต่างๆ เป็นต้น เพราะจะทำให้ผิวของเราเสื่อมสภาพเร็วจนเกิดปัญหาบนใบหน้านั่นเอง

วิธีแก้คือหันมาทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีวิตามินซีและวิตามินเอสูงๆ เช่น มะเขือเทศ ส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น นอกจากผิวจะไม่แก่เร็วแล้วสุขภาพยังแข็งแรงอีกด้วย

 

2.สยบนางมารร้ายจากแสงแดด

แสงแดดเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราควรหลีกหนีให้ไกล เพราะรังสียูวีในแสงแดดเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้ผิวสร้างอนุมูลอิสระ สามารถทำลายอีลาสติน ไฟเบอร์และคอลลาเจนในผิวหนังให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ผิวเกิดรอยย่นได้ โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่นั่งทำงานในห้องแอร์เย็นฉ่ำโดยไม่ทาครีมกันแดด หารู้ไม่ว่ารังสียูวีเอสามารถทะลุผ่านกระจกเข้าไปทำลายผิวได้ แถมยังหนีรังสียูวีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่กลางแดดหรือห้องแอร์ในร่มก็ตาม ควรทากันแดดเพื่อป้องกันผิวที่สามารถทำให้เกิดปัญหาความหย่อนคล้อยก่อนวัยอันควรได้

 

3.สครับสลับผิวเด็ก

โดยปกติแล้วผิวหน้าของเรามีการผลัดเซลล์ผิวอยู่ตลอดเวลาเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ใน 1 อาทิตย์ควรหาเวลาว่างสครับผิว จะได้ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกออกไปได้ง่ายมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เผยผิวขาวใสและยังช่วยลดรอยย่นต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ควรระวังคือการสครับผิวหน้าที่แรงเกินไป อาจทำให้หน้าพังก่อนสวยได้ ค่อยๆ ขัด ค่อยๆ นวดอย่างนิ่มนวลเบามือจะดีกว่า จะได้มีผิวดีหน้าเด็กแบบหายห่วงเรื่องรอยย่น

 

ริ้วรอย_IndiGlow1

 

4.Sleeping Beauty

ทุกครั้งที่เรานอนดึก ก็เหมือนเป็นการเร่งให้ความแก่มาถึงตัวเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งโดยส่วนมากหลายคนมองข้ามเรื่องการพักผ่อนที่เพียงพอไปโดยไม่รู้ตัว เพราะมัวโหมทำกิจกรรมหรืองานต่างๆ จนเกินกำลัง ทั้งที่ร่างกายเรียกร้องให้พักผ่อน นอกจากทำให้ผิวโทรม ดูแก่เร็ว ยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย ทางที่ดีควรพักผ่อนหลับนอนให้เป็นเวลา ปรับเปลี่ยนท่านอนจากการนอนคว่ำหน้าลงหรือนอนตะแคงแบบที่ถนัด มาเป็นการนอนหงายเพื่อช่วยให้ผิวหน้าตึงกระชับ แลดูอ่อนกว่าวัยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

5.Take care of myself

ถ้าไม่อยากให้รอยย่นและความหย่อนคล้อยพรากความหน้าเด็กของเราไป ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้มาก ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายหรือแม้กระทั่งการบำรุงผิว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ผิวแข็งแรง หาเวลาว่างในแต่ละอาทิตย์เพื่อทำทรีตเม้นท์หรือมาส์กผิวหน้า เพื่อเติมเต็มสารอาหารแบบเข้มข้นให้ผิวได้อย่างเต็มที่ พร้อมปรนนิบัติผิวด้วยการนวดเบาๆ เป็นประจำ

นอกจากนี้ การเลือกครีมที่ใช้บำรุงในทุกๆ วันต้องมีสรรพคุณในการลดริ้วรอย หรือมีส่วนผสมของ Hyaluronic acids ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เติมเต็มริ้วรอยให้จางลง และยังช่วยลดการสร้างสารอนุมูลอิสระพร้อมช่วยกรองรังสียูวีได้อีกด้วย

 

วิธีเหล่านี้จะทำให้ใบหน้าของสาวๆ กลับมามีผิวที่กระชับเต่งตึง หมดปัญหารอยย่นและความหย่อนคล้อยได้จริงแบบเห็นผลชัดเจน อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำเปล่าสะอาดเป็นประจำทุกวันอย่างเหมาะสม ให้ได้อย่างน้อยวันละ 7 – 8 แก้ว เพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเติมเต็มให้ผิวชุ่มชื้นมีสุขภาพดี รวมถึงคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง ใครไม่อยากแก่เร็วคงต้องรีบแล้วล่ะ


Related Posts