“ครีมกลางคืน” ตัวช่วยยามหลับใหล จำเป็นแค่ไหน ไขความลับไปพร้อมๆ กัน

ครีมกลางคืน ช่วยฟื้นฟูผิวหน้า ซ่อมผิว ชะลอริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นได้ดีจริงหรือ? เพราะช่วงที่นอนหลับผิวหน้าไม่ต้องออกไปต่อสู้กับแสงแดดหรือมลภาวะอะไรเลย แล้วอย่างนี้ครีมบำรุงช่วงกลางคืนจำเป็นแค่ไหน? เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงเราต้องใช้? แค่ครีมกันแดดช่วงกลางวันก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

ช่วงเวลาหลับใหล ใครๆ ก็อยากให้ผิวหน้าได้พักจากสารเคมีทั้งหลายที่โหมประโคมผิวมาทั้งวัน แล้วทำไมเราต้องทาครีมให้เหนียวเหนอะหนะเพิ่มภาระให้ผิวหน้าด้วย คำถามนี้ก็คล้ายกับความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมการไม่ทาครีมกันแดดของสาวๆ เวลาอยู่ในที่ร่มนั่นเอง เพราะแม้ร่างกายจะเข้าสู่โหมดปิดสวิตซ์และพร้อมหลับ แต่ผิวหน้าไม่ได้หลับไปด้วย ผิวจึงจำเป็นต้องได้รับการปรนนิบัติดูแลไม่แพ้ช่วงกลางวัน

 

เคยสงสัยไหม… ว่าทำไมครีมบำรุงจะต้องแบ่งเป็น “ครีมกลางวัน” (Day Cream) และ “ครีมกลางคืน” (Night Cream)

นั่นก็เป็นเพราะว่าการเผชิญหน้าของผิวกับสภาพแวดล้อมของทั้งสองช่วงเวลานั้นแตกต่างกัน จึงทำให้ลักษณะของเนื้อครีม ส่วนผสมและประสิทธิภาพในการดูแลผิวต่างกัน มีงานวิจัยที่เกี่ยวกับผิวกล่าวว่า ในระหว่างวันผิวชั้นแรกสุด (Epidermis) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อหนังกำพร้า จะทำหน้าที่ในการปกป้องผิวชั้นกลางหรือหนังแท้ (Dermis) และชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง (Subcutaneous tissue) ซึ่งอยู่ชั้นในสุด ไม่ให้ถูกรบกวนจากสภาวะแวดล้อมภายนอกที่คอยคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่น ควัน มลพิษต่างๆ หรือแม้แต่ปัจจัยภายในที่อยู่เหนือการควบคุมอย่างความเครียด ด้วยการหลั่งน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิว สภาวะเช่นนี้บ่งชี้ว่าผิวควรได้รับการปกป้องด้วยการใช้ครีมกลางวัน โดยสังเกตได้ง่ายๆ ว่าครีมกลางวันจะมีเนื้อครีมบางเบาและซึมซาบได้เร็วกว่า เพื่อไม่ให้ผิวมันมากจนเกินไป และผสมสารป้องกันแดดด้วยค่า SPF เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี

 

ในขณะที่ช่วงเวลากลางคืนขณะที่เราหลับใหล ผิวก็ทำหน้าที่ในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอตามนาฬิกาชีวิต ดังนั้นครีมกลางคืนจึงเป็นตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูและซ่อมแซมมากกว่าการปกป้อง ลักษณะเนื้อครีมกลางคืนจึงถูกออกแบบมาให้มีความเข้มข้น  ซึมช้า เพื่อให้ผิวค่อยๆ ดูดซับสารบำรุงผิวในขณะที่เราหลับ โดยมักจะมีส่วนผสมที่ช่วยในการลดริ้วรอยหรือผลัดเซลล์ผิวรวมอยู่ด้วย ซึ่งข้อจำกัดของสารบำรุงเหล่านี้คือหากโดนแสงแดดอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ จึงนิยมนำมาใส่ในครีมบำรุงกลางคืนแทนนั่นเอง

 

โดยช่วงเวลาที่ครีมกลางคืนสามารถทำหน้าที่ของมันได้ดีคือ ระหว่าง 00.00 – 04.00 น. เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายทำงานอยู่ในระดับสูงสุด มีการไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น สร้างเซลล์ผิวใหม่และมีการผลัดผิว อัตราการดูดซึมของผิวคล่องตัว ถือเป็นช่วงเวลาที่ผิวสามารถดูดซึมส่วนผสมและสารอาหารที่อยู่ในครีมกลางคืนได้ดี แต่ถ้าสาวๆ คนไหนยังสงสัยว่าเมื่อร่างกายคนเรามีการฟื้นฟูด้วยตัวเองแล้ว ทำไมยังต้องทาครีมบำรุงเพิ่มอีก เหตุผลทั้งหมดที่จะช่วยไขข้อข้องใจประเด็นนี้รออยู่ด้านล่างแล้ว

 

ครีมกลางคืน จำเป็นแค่ไหน ทาแล้วได้อะไร?

1.ชุ่มฉ่ำสุขภาพดี

เพราะในช่วงเวลากลางวันผิวของสาวๆ จะสูญเสียความชุ่มชื้นไปกับแสงแดด และชั้นบรรยากาศที่ดูดน้ำจากผิวออกไป ซึ่งในช่วงเวลากลางคืนก็ไม่ต่างกัน ยิ่งถ้าสาวๆ คนไหนต้องเปิดแอร์นอนด้วยแล้ว ผิวก็จะยิ่งแห้งเพราะต้องเสียความชุ่มชื้นให้กับอากาศที่แห้งและเย็นนั่นเอง ดังนั้นการทาครีมกลางคืนบำรุงผิว นอกจากช่วยเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นให้กับผิวแล้ว ยังป้องกันผิวแห้งและปัญหาผิวที่จะตามมาเมื่อเกิดการขาดน้ำ

 

2.เติมคอลลาเจน กลบร่องลึก

การทาครีมบำรุงตอนกลางคืนช่วงก่อนเข้านอน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวของร่างกายตามธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น ทำให้โครงสร้างของคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) กลับมาทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งดาวเด่นทั้งสองนี้เป็นเหมือนองครักษ์ที่คอยอารักขาผิวหน้าของเราให้ดูอ่อนกว่าวัย และในทางตรงกันข้ามถ้าคอลลาเจนและอีลาสตินทำงานลดลง ก็จะทำให้ผิวเกิดปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และภาวะแก่ก่อนวัยมาเยือนเราได้เร็วขึ้น

 

ครีมกลางคืน_IndiGlow1

 

3.กระตุ้นและขับไล่

นอกจากการได้รับสารอาหารเพื่อไปช่วยในกระบวนการฟื้นฟูผิวแล้ว การทาครีมยังเป็นการช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือดและต่อมน้ำเหลืองให้ทำงานอย่างเป็นปกติ นอกจากนี้ยังสามารถขับสารพิษออกด้วยการนวดหน้าหลังทาครีมบำรุงนั่นเอง โดยหลังจากลูบไล้ครีมทั่วใบหน้าและลำคอแล้ว ให้ใช้นิ้วชี้กดบริเวณหัวคิ้วทั้งสองข้าง แล้วนวดวนไล่ขึ้นไปจนถึงไรผมและไล่วนตามแนวผมลงมาจนถึงขมับทำซ้ำประมาณ 3 – 4 ครั้ง

จากนั้นใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางนวดเป็นวงกลมบริเวณขมับไล่ตามแนวไรผมลงมาจนถึงบริเวณสันกราม 2 ครั้ง และใช้นิ้วนางกดเบาๆ บริเวณขมับไล่ตามแนวคิ้วไปจนถึงหัวคิ้ว และลากกลับมาที่ขมับ ทำซ้ำ 4 – 5 ครั้ง และสุดท้ายวอร์มฝ่ามือให้อุ่นด้วยการถูไปมาแล้วนำมาอังรอบดวงตา จะทำให้รู้สึกสบายผิวมากขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ระบบเลือดและต่อมน้ำเหลืองขับสารพิษไม่ดีออกไป จนเหลือแต่ใบหน้าที่สวยสุขภาพดีแล้ว

 

4.โกงอายุ ลดวัย

ขณะหลับผิวจะตอบสนองต่อการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ได้ดีมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอื่นและความเครียดมาคอยบั่นทอนกระบวนการฟื้นฟูผิว ทว่านอกจากช่วยฟื้นฟูแล้ว ปัจจุบันครีมกลางคืนมักจะมีส่วนผสมในการบำรุงผิวประเภท Anti-aging ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้ดีขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่อาจบอกได้ว่าครีมบำรุงกลางคืนมีส่วนช่วยให้กระบวนการโกงอายุทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

 

5.สวยกระจ่างใส

เพราะช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูผิวจะมีกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่และการผลัดผิว การทาครีมบำรุงก็จะเข้าไปเสริมประสิทธิภาพการทำงานในส่วนนี้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกได้เร็วและง่ายมากยิ่งขึ้น และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่มีสุขภาพดีขึ้นมาทดแทน เป็นผลให้นอกจากจะมีผิวที่ดีแล้ว ยังได้ของแถมเป็นความขาวกระจ่างใสอีกด้วย

 

จริงอยู่ที่ว่า ไม่มีข้อจำกัดหรือกำหนดกฎเกณฑ์บังคับตายตัว ว่าสาวๆ จะต้องทาครีมบำรุงผิวก่อนเข้านอน แต่จากข้อมูลและผลลัพธ์ที่ได้หลังการทาครีมบำรุงก่อนนอนที่เรารวบรวมมาให้นั้น อาจจะเพียงพอต่อการตัดสินใจว่าควรจะทาดีหรือไม่ (แต่ก็น่าจะดีกว่าไม่ได้บำรุงอะไรเลยว่าไหม?) และสิ่งสำคัญอีกอย่างสำหรับการทาครีมคือ การเลือกครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง จะได้ดีต่อใจและดีต่อผิวกันด้วย


Related Posts