สารกันแดดควรเป็นนวัตกรรม NON-NANO หรือ NANO ? ต่างกันอย่างไร? ตัวไหนอันตราย? ควรใช้ตัวไหนดี?

“เพราะผิวหน้าสวยๆ ของน้องๆ ไม่ใช่หนูทดลอง” ก่อนเลือกครีมกันแดดใดๆ อยากให้น้องๆ หันมาอ่านฉลากข้างกล่องสักนิด เพราะมีสารกันแดดหลายชนิดที่เป็นอันตราย และนักวิชาการพบว่าซึมผ่านผิว เข้าสู่เลือด มีผลต่อต่อฮอร์โมน ต่อร่างกายและผิวพรรณ เข่นก่อให้เกิดสิวหัวดื้อ 3-4 ปีก็ไม่หายให้หลงดีใจว่าว่าแก่แล้วยังมีสิวเป็นวัยรุ่นอยู่ และที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านี้คือนักวิชาการพบว่าสารกันแดดบางชนิดมีโอกาสก่อมะเร็ง เนื้องอกต่างๆ

 

 

 

นอกจากผลกระทบกับผิวและสุขภาพแล้ว นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทางด้านสิ่งแวดล้อมยังมีการวิจัยพบว่าสารกันแดดหลายๆ ชนิดทำร้ายปะการัง กัดสีปะการัง ทำให้ปะการังตาย ซึ่งมีผลกระทบอย่างมากมายกับสิ่งมีชีวิตทางทะเลอื่นๆ อีกด้วยเพราะปะการังเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตอีกมากมาย

 

เพื่อลดความเสี่ยงบนหน้าสวยๆ ของน้องๆ และลดผลกระทบต่อน้องปะการังในท้องทะเล วันนี้พี่แดงจึงอยากแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสารกันแดดแต่ละประเภท ตั้งแต่ชนิดสารเคมี และสารกันแดดธรรมชาติ ทั้งที่เป็นแบบโมเลกุลปกติ NONNANO และแบบโมเลกุลเล็กมาก หรือ NANO ที่นักวิชาการค้นคว้า ว่าดีไม่ดี ต่างกันอย่างไร ควรเลือกสารกันแดดตัวไหนดี?

1. ประเภทแรกคือสารกันแดดเคมี

สารกันแดดประเภทนี้นิยมใช้กันมานาน เป็นสารกันแดดยุคเก่า  มีผลเสียต่อทั้งต่อผิวและสิ่งแวดล้อม สารตัวสำคัญคือ อ็อกซี่เบนโซน Oxybenzone  นอกจากจะมีผลกระทบต่อปะการังแล้วยังมีอันตรายกับผิว สถาบัน American Contact Dermatitis Society กำหนดให้สารกันแดดเคมีตัวนี้เป็นสารกันแดดอันตรายต่อผิวในปี 2014 โดยมีผลกระทบกับฮอร์โมนอย่างแรงเช่นเดียวกับยาฆ่าแมลงต่างๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็ง มีผลกับเด็กในครรภ์

2. ประเภทสารธรรมชาติ

ประเภทสารธรรมชาติ คือ ซิงค์อ็อกไซด์ ZnO และ ไททาเนียมไอออ็กไซด์ TiO2 ซึ่งเป็นสารโลหะธรรมชาติที่จากการวิจัยพบกว่าเมื่อนำมามาใช้ร่วมกันแล้วจะมีประสิทธิภาพในการสะท้อนป้องกันรังสีร้าย UVA UVB ได้ดีมาก สารกันแดดธรรมชาตินี้แบ่งเป็น 2 ประเภทตามขนาดความละเอียดดังนี้

 

A. สารกันแดดธรรมชาตินอน-นาโน NONNANO เป็นสารโลหะธรรมชาติที่นำมาบดให้มีขนาดเล็กละเอียดมากแต่ไม่เล็กพอที่จะซึมเข้าสู่ผิวชั้นล่างได้ โดย TiO2 หรือไททาเนียม ไดอ็อกไซด์ มีขนาด 150–300 nm และ ZnO หรือ ซิงค์อ็อกไซด์ มีขนาด 200–400 nm เพราะมีขนาดไม่เล็กเกินไป นักวิชาการจึงไม่ค่อยห่วงเรื่องการซึมเข้าไปทำร้ายผิว แต่สารกันแดดนี้จะมีความหนืดและความขาว จึงต้องใข้เวลาในการเกลี่ยเกิน 1 นาที

 

B. สารกันแดดธรรมชาตินาโน NANO เป็นสารโลหะธรรมชาติที่ผ่านกระบวนหารทำให้มีขนาดเล็กมากในระดับ NANO คือมีขนาด 20 -150 nm สำหรับ TiO2 และ ขนาด 40–100 nm สำหรับ ZnO เพื่อให้เกลี่ยง่ายและมีความโปร่งใสมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สารกันแดดนาโน มีประเด็นการถกเถียงว่าเป็นอันตรายต่อผิวและสุขภาพ ระหว่างนักวิชาการ 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ที่สนับสนุนนาโนเทคโนโลยีได้ทำการทดลองกับผิวมนุษย์ที่มีสุขภาพดีและสรุปว่าการใช้สารกันแดดนาโนในผิวที่มีสุขภาพดี สารกันแดดนาโนจะซึมเข้าสู่ผิวในระดับที่น้อยมากถือว่าไม่อยู่ในระดับที่เป็นอันตราย

 

ในขณะที่นักวิชาการกลุ่มที่ 2 ซึ่งทำการทดลองทางคลีนิค ได้ทำการทดลองและถกเถียงว่า การทดลองนั้นไม่ได้ทำบนสภาพผิวที่มีรอยแผล เช่น การโกนขน ผิวคนมีอายุ ในระยะเวลาที่นานพอ เพราะหากเป็นผิวที่ไม่อยู่ในสภาพที่ดี มีรอยแผล สารกันแดดนาโนมีโอกาสที่จะซึมผ่านรูขุมขนเข้าสู่ผิวชั้นลึกและเข้าสู่เลือดได้ ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนัง การอักเสบของผิวและเป็นพิษต่อพันธุกรรมได้

 

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้มีการวิจัยที่มีข้อพิสูจน์ว่าสารกันแดดนาโนทำร้ายปะการังเช่นเดียวกับสารกันแดดเคมีเช่นกัน

 

ประเด็นเรื่องอันตรายของสารกันแดดนาโนยังไม่มีนักวิชาการคนใดกล้าฟันธงว่าปลอดภัย หรืออันตรายกับมนุษย์แค่ไหนแต่ยังคงสนับสนุนให้ทำการทดลองต่อไป พี่แดงในฐานะนักวิชาการคนหนึ่ง จะติดตามผลต่อไปเช่นกัน

IndiGlow Advanced Glowing ครีมบำรุงกลางวัน ใช้สารกันแดดประเภทไหน

 

 

ในขณะที่นักวิชาการยังคงถกเถียงกันในเรื่องความปลอดภัยของ สารกันแดดธรรมชาตินาโน  ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ IndiGlow เลือกใช้สารกันแดดธรรมชาติแบบ นอน-นาโน NON-NANO เพราะยึดมั่นในความเป็นธรรมชาติและความปลอดภัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางทะเลนั่นเองค่ะ

 

โปรดติดตาม เรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับผิวพรรณ การแก้ปัญหา  และสารสกัดต่างๆ ที่อ่านแล้ว สนุกสนาน เข้าใจง่าย ในคอลัมน์ Editor Talks จากเพจ อินดิโกลว์ ของเราเป็นประจำนะคะ  หรือสามารถติดตามความรู้นวัตกรรมสารสกัดเพื่อผิวพรรณ ได้อีกหนึ่งช่องทางค่ะ ที่ไลน์อินดิโกลว์ Line : @Indiglowglobal

 

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ :  IndiGlow_Product

 

สั่งซื้อได้ที่ :  IndiGlow_LineShop , Indiglow_Lazada, Indiglow_Shopee

 

เอกสารอ้างอิงทางวิชาการ

 

Filon, F. L., Mauro, M., Adami, G., Bovenzi, M., & Crosera, M. (2015). Nanoparticles skin absorption: New aspects for a safety profile evaluation. Regulatory Toxicology and Pharmacology72(2), 310-322.

Hashempour, S., Ghanbarzadeh, S., Maibach, H. I., Ghorbani, M., & Hamishehkar, H. (2019). Skin toxicity of topically applied nanoparticles. Therapeutic delivery10(6), 383-396.

Mellowship, D. (2009). Toxic Beauty: The hidden chemicals in cosmetics and how they can harm us. Hachette UK.

Minetto, D., Libralato, G., & Ghirardini, A. V. (2014). Ecotoxicity of engineered TiO2 nanoparticles to saltwater organisms: an overview. Environment international66, 18-27.

Mohammed, Y. H., Holmes, A., Haridass, I. N., Sanchez, W. Y., Studier, H., Grice, J. E., … & Roberts, M. S. (2019). Support for the safe use of zinc oxide nanoparticle sunscreens: lack of skin penetration or cellular toxicity after repeated application in volunteers. Journal of Investigative Dermatology139(2), 308-315.

Ng, K. W., Khoo, S. P., Heng, B. C., Setyawati, M. I., Tan, E. C., Zhao, X., … & Loo, J. S. (2011). The role of the tumor suppressor p53 pathway in the cellular DNA damage response to zinc oxide nanoparticles. Biomaterials32(32), 8218-8225.

Niska, K., Zielinska, E., Radomski, M. W., & Inkielewicz-Stepniak, I. (2018). Metal nanoparticles in dermatology and cosmetology: Interactions with human skin cells. Chemicobiological interactions295, 38-51.

Osmond, M. J., & Mccall, M. J. (2010). Zinc oxide nanoparticles in modern sunscreens: an analysis of potential exposure and hazard. Nanotoxicology4(1), 15-41..

Raffa, R. B., Pergolizzi Jr, J. V., Taylor Jr, R., Kitzen, J. M., & NEMA Research Group. (2019). Sunscreen bans: Coral reefs and skin cancer. Journal of clinical pharmacy and therapeutics44(1), 134-139.

Robertson, T. A., Sanchez, W. Y., & Roberts, M. S. (2010). Are commercially available nanoparticles safe when applied to the skin?. Journal of biomedical nanotechnology6(5), 452-468.

Sadrieh, N., Wokovich, A. M., Gopee, N. V., Zheng, J., Haines, D., Parmiter, D., … & Buhse, L. F. (2010). Lack of significant dermal penetration of titanium dioxide from sunscreen formulations containing nano-and submicron-size TiO2 particles. Toxicological Sciences115(1), 156-166.

Schilling, K., Bradford, B., Castelli, D., Dufour, E., Nash, J. F., Pape, W., … & Schellauf, F. (2010). Human safety review of “nano” titanium dioxide and zinc oxide. Photochemical & Photobiological Sciences9(4), 495-509.

Schneider, S. L., & Lim, H. W. (2019). A review of inorganic UV filters zinc oxide and titanium dioxide. Photodermatology, photoimmunology & photomedicine35(6), 442-446

Sharma, S., Sharma, R. K., Gaur, K., Cátala Torres, J. F., Loza-Rosas, S. A., Torres, A., … & Tinoco, A. D. (2019). Fueling a hot debate on the application of TiO2 nanoparticles in sunscreen. Materials12(14), 2317.

 


Related Posts

Leave a comment