หน้าเหี่ยว นำหน้าอายุจริง ต้องหยุด 5 นิสัยพังๆ ทำได้ลดวัยชัวร์

“หน้าเหี่ยว” ได้ยินเมื่อไรก็เหมือนขวากหนามทิ่มแทงใจ และตอกย้ำเรื่องอายุจริงเลยเถิดไปถึงอายุผิว แม้อายุจะยังไม่ถึงเส้นตายที่ริ้วรอยหรือความเหี่ยวย่นถามหา แต่ปรากฏว่าผิวหน้าดันวิ่งเร็วกว่าอายุจริง สาวๆ ที่มีชั่วโมงบินสูงในการดูแลผิวหน้าคงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ แต่เชื่อว่ายังมีสาวๆ ไม่น้อยที่แม้จะดูแลเป็นอย่างดี พิถีพิถันมากกว่าถึงสิบเท่า แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ลองทบทวนดูสักนิดดีไหม? ว่าเป็นเพราะอะไรผิวหน้าถึงไม่ยอมให้ความร่วมมือ

 

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมผิวหน้าของเราถึงได้มีริ้วรอย เหี่ยวย่น ดูแก่ก่อนวัย ทั้งๆ ที่อายุยังไม่เข้าใกล้เลข 3 เลย หากไล่เรียงกันตามกฎธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง และอาจจะน้อยลงเรื่อยๆ จนน่าใจหายตามตัวเลขอายุที่มากขึ้น เมื่อร่างกายสูญเสียคอลลาเจนโดยธรรมชาติไปในเวลาที่รวดเร็ว ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นคงตัว ผิวผลิตน้ำมันลดลง เมื่อไขมันใต้ชั้นผิวน้อยลงทำให้ไม่มีตัวพยุงโครงสร้างผิวหนัง ทำให้ผิวแห้ง หน้าเหี่ยว ผิวหนังเกิดการหย่อนคล้อย เกิดเป็นริ้วรอยได้ง่าย

นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติที่เกิดตามเงื่อนไขของเวลาและแรงโน้มถ่วงของโลกแล้ว สาเหตุที่ทำให้เราหน้าเกิดอาการเหี่ยว ผิวแก่ก่อนวัย ยังเกิดจากนิสัยและพฤติกรรมส่วนตัวของสาวๆ หลายข้อทีเดียว มาลองเช็คลิสต์กันดูว่านิสัยพังๆ ที่ทำให้หน้าเริ่มเหี่ยวมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีกู้หน้าเหี่ยวแบบเร่งด่วนที่ไม่ต้องง้อการฉีดคอลลาเจน หรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับหน้าให้เจ็บทั้งตัว เสียทั้งเงินในกระเป๋า

 

1.ครีมกันแดดไม่เคยได้รับอนุญาตให้อยู่บนผิวหน้า

เข้าใจว่าสาวๆ เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ มีชีวิตที่เร่งรีบในตอนเช้า จึงละเลยหรือต้องตัดใจข้ามสเต็ปการทาครีมกันแดดไป แต่รู้หรือไม่นี่คือการลงโทษผิวอย่างรุนแรงอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะใครก็รู้ว่าแสงแดดที่ร้อนระอุของบ้านเราไม่เป็นมิตรกับผิวมากนัก การที่ผิวหน้าและผิวตัวโดนแดดแรงๆ โดยไม่ได้ป้องกัน นอกจากทำให้ผิวคล้ำ เกิดริ้วรอย และขาดความชุ่มชื้นเพราะสูญเสียน้ำ จึงเกิดเอฟเฟ็กต์หน้าที่เหี่ยวได้ง่ายๆ เลย

ทำไมถึงร้ายแรงขนาดนั้น? ก็เพราะรังสียูวีในแสงแดด เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน หรือโครงสร้างที่ช่วยในการพยุงชั้นผิว การเผชิญกับแสงแดดบ่อยๆ โดยไม่ได้ป้องกัน ทำให้โครงสร้างของชั้นผิวเหล่านี้ถูกทำลาย ริ้วรอยแห่งวัยก็จะมาเยือนเร็วขึ้นนั่นเอง และหากเป็นไปได้สาวๆ จงลบความเชื่อที่ว่า ครีมกันแดดต้องทาเฉพาะเวลาออกแดดกลางแจ้งออกไปจากสมองของคุณได้เลย เพราะแม้จะอยู่ในบ้านรังสียูวีจากแสงแดดก็ไม่ได้หยุดทำงาน แถมแสงไฟจากหลอดไฟหรือแสงจากคอมพิวเตอร์ก็มีรังสียูวีทั้งนั้น

หากไม่อยากให้หน้าเกิดการเหี่ยวเร็ว ควรหมั่นทาครีมกันแดดที่ผิวหน้าเป็นประจำ (ก่อนออกจากบ้าน 30 นาที) และหลบเลี่ยงแสงแดดในเวลา 10.00-16.00 น. ด้วยการสวมหมวกปีกกว้างหรือกางร่มทุกครั้ง นอกจากจะช่วยป้องกันหน้าเหี่ยว ผิวแก่ก่อนวัยแล้ว ยังช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

 

2.ทิ้งเมคอัพแน่นๆ ไว้บนหน้าก่อนเข้านอน

สาวยุคใหม่รักการแต่งหน้าเป็นชีวิตจิตใจ แต่ทำไมสาวๆ หลายคนถึงขี้เกียจล้างหน้าจนเป็นนิสัย รู้หรือไม่ว่าการที่มีสารเคมีจากเครื่องสำอางสะสมบนใบหน้าเป็นระยะเวลานานๆ จะฉุดให้ผิวแก่ หน้าเหี่ยว เป็นสิว รูขุมขนอุดตันได้ง่ายมาก อย่าลืมว่าพื้นฐานของการมีผิวสวยสุขภาพดีคือการล้างหน้าให้สะอาด ดังนั้น ขอเตือนตรงนี้เลยว่า ไม่ว่าจะเหนื่อยหนักหนาสาหัส งานโหลดแค่ไหน จงลุกขึ้นมาล้างหน้าให้สะอาดก่อนนอนทุกครั้ง เพื่อลดสารเคมีตกค้างที่เป็นศัตรูจ้องให้เกิดปัญหาผิวในทุกรูปแบบ

สเต็ปแรกควรเริ่มจากคลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอาง ตามด้วยโฟมหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าคู่ใจ หรือหากคลีนซิ่งหรือโฟมยังไม่ทำให้มั่นใจก็ขอความช่วยเหลือจากโทนเนอร์อีกแรง จากนั้นตามด้วยครีมบำรุงเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวขณะนอนหลับ เท่านี้ปัญหาหน้าที่เหี่ยวก็จะทุเลาเบาบางลง

 

3.สครับหน้าบ่อยเกินไป

จริงอยู่ที่การสครับผิวหน้าเป็นอีกหนึ่งวิธียอดฮิตที่สาวๆ ชื่นชอบและได้ผลดีกับผิวหน้า แลดูเป็นสาวหน้าใสตลอดเวลา จนสาวๆ บางคนเกิดอาการเสพติดการสครับหน้าเป็นประจำทุกวัน แต่การสครับหน้าทุกวันกำลังทำให้ผิวถูกรบกวน เกิดการอักเสบจากภายในซ้ำๆ ทำให้เซลล์ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นและยืดหยุ่นน้อยลง นอกจากทำให้หน้าเหี่ยวแล้วยังไม่เป็นผลดีต่อผิวหน้าเลย เพราะในความเป็นจริงผิวของเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวทุก 1-2 สัปดาห์อยู่แล้ว

แต่ถ้าอดใจรอไม่ไหว อยากจะเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ สาวๆ ควรสครับผิวหน้าแบบพอดี ไม่ควรจัดหนักเกินไป และควรสครับผิวหน้าไม่เกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยเลือกสูตรสครับผิวหน้าจากธรรมชาติ นอกจากมีความอ่อนโยนต่อผิว ยังเป็นการเซฟไม่ให้ผิวหน้าได้รับบาดเจ็บอีกด้วย หรืออาจเลือกวิธีการออกกำลังให้ผิวหน้า ก็สามารถทำได้โดยการขยับปากออกเสียง อะ อิ อุ เอะ โอะ เท่านั้น โดยพยายามให้รูปปากและกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ ของใบหน้าได้ทำงานมากที่สุด โดยค้างเอาไว้ท่าละ 10 วินาที นอกจากช่วยไม่ให้หน้าเหี่ยวแล้ว ยังช่วยให้หน้าเด็กเหมือนสาวเกาหลีด้วยนะ

 

4.สะสมน้ำตาลกับคาเฟอีนเยอะเกินไป

สาวๆ ที่รู้ตัวว่าติดชาหรือกาแฟแบบขาดไม่ได้ บางคนถึงกับยอมแลกมื้อเช้า เปลี่ยนมาดื่มกาแฟแทนข้าวจนเคยชิน แถมด้วยเค้กหน้าตาสวยๆ ที่มาพร้อมกลิ่นและรสชาติที่หอมหวานยั่วยวน ไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ กว่าครึ่งจะอดใจไม่ไหว แต่รู้หรือไม่ว่าการทานน้ำตาลและคาเฟอีนเป็นประจำจะทำให้เลือดข้นขึ้น และดูดน้ำในผิวมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื้น เหี่ยวย่น มีริ้วรอยก่อนวัยนำหน้าเพื่อนสาวไปหลายไมล์เลยทีเดียว

ถ้าไม่อยากหน้าเหี่ยวก่อนวัย ลองเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า ซึ่งการันตีได้จากทุกงานวิจัยว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายและผิวพรรณ เพราะช่วยทำให้เซลล์ในร่างกายอุ้มน้ำ ผิวชุ่มชื่นขึ้น ลดเลือนริ้วรอยได้ดี ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 8-10 แก้ว ต่อวัน ด้วยการจิบตลอดวันจะดีที่สุด บูสท์ความสดชื่นและเพิ่มคุณประโยชน์มากขึ้นด้วยการบีบน้ำมะนาวลงไปหนึ่งซีก จะช่วยเพิ่มวิตามินซีและแอนตี้ออกซิแดนท์ให้แก่ผิวพรรณ โอกาสที่จะหน้าเหี่ยวก็จะน้อยลง นอกจากนี้ ลองปรับเปลี่ยนวิถีการกินด้วยการเลือกทานอาหารผิวที่ช่วยชะลอความแก่ ซึ่งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ได้ที่บทความ สารต้านอนุมูลอิสระ นางเอกแห่งวงการความงาม รู้จักไว้… ไร้ริ้วรอย

 

5.อดนอนเป็นประจำ

นอกจากใต้ตาจะคล้ำเหมือนหมีแพนด้าอย่างที่รู้ๆ กันแล้ว การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก นอนน้อย อะไรก็ตามแต่ จะทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและซ่อมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้หน้าเหี่ยว ตีนกาถามหา ผิวโทรมไม่มีน้ำมีนวลจนสังเกตได้ สาวๆ คนไหนที่ติดนิสัยนอนดึกเป็นประจำ ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือติดโซเชียลก่อนนอนทุกคืน ควรปรับเปลี่ยนนิสัยการนอนด่วนถ้าไม่อยากหน้าเหี่ยวก่อนวัย

สาวๆ ควรเข้านอนให้เร็วขึ้น โดยในหนึ่งคืนควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมง รับรองว่าตื่นมาตอนเช้าจะสดใสไม่งัวเงีย และผิวก็ดูสดชื่น เมื่อทำเป็นประจำริ้วรอยก็จะเลือนลงอีกด้วย ที่สำคัญย้ำไว้ตรงนี้เลยว่าสาวๆ ควรพยายามนอนหงาย อย่านอนตะแคงหรือคว่ำหน้าเพราะจะทำให้ผิวหน้าถูกกดทับเป็นเวลานาน จนมีริ้วรอยที่ไม่ได้รับเชิญมากขึ้นนั่นเอง

 

จะเห็นได้ว่าหากจะแก้อาการผิวแก่ หน้าเกิดการเหี่ยวก่อนวัย ต้องแก้ทั้งภายในและภายนอกไปพร้อมๆ กัน และจะได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นไปอีกหากสาวๆ มองหาครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นใช้ควบคู่กันไป ขอแนะนำเคล็ดลับกู้หน้าเหี่ยว ผิวแก่นำหน้าอายุจริงแบบเร่งด่วนด้วย IndiGlow® Seductive White Rejuvenating Moisturizer ในรูปแบบ All in one มอยเจอร์ไรเซอร์ที่รวมทุกการบำรุงไว้ในหนึ่งเดียว อุดมด้วยสารสกัดจากเห็ดสีฟ้าที่ช่วยปรับสีผิวทุกเฉดสีให้ผิวโกลว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติทันทีหลังทา และสารสกัดอันทรงคุณค่าจากธรรมชาติอีก 5 ชนิด พร้อม IndiGlow White Loc Complex™ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ให้ผิวฟูฉ่ำน้ำและเคลือบผิวชั้นนอกให้เรียบเนียน ตอบโจทย์ทุกการดูแลผิวในชั่วโมงอันเร่งรีบ

 

 

พร้อมควบคุมความมันยาวนานตลอดวันและปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ด้วย Duuble UV protection ที่เหนือกว่ากันแดดทั่วไปด้วยการปกป้องสูงสุดด้วยค่า SPF 30 PA++++ เนื้อครีมละเอียด เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิวแม้ผิวแพ้ง่าย ปราศจาก Paraben และแอลกอฮอล์ ตอบโจทย์ได้ครบจบทุกปัญหาผิวอย่างแท้จริง

 

อยากมีผิวหน้าเด็ก อยู่กับเราไปนานๆ ทำได้ไม่ยากเลย เพียงลด ละ เลิกพฤติกรรมข้างต้น แอคทีฟ มองโลกในแง่ดี และหมั่นทาครีมบำรุงผิวหน้าเป็นประจำ แค่นี้ก็มูฟออนแบบสวยใส มีใบหน้าอ่อนกว่าวัย ห่างไกลปัญหาหน้าที่แห้งเหี่ยวได้แล้ว

 

ต่อให้ตัวเลขอายุจะวิ่งไปไกลแค่ไหน แต่อายุผิวหน้าจะไม่ตามไปติดๆ แน่นอน

Did you know?

 

รู้หรือไม่? ยังมีอีก 3 ข้อ ที่หลอกล่อให้สาวๆ ติดกับดักหน้าเหี่ยวก่อนวัย อาทิ การสูบบุหรี่ เป็นตัวกระตุ้นให้ริ้วรอยแห่งวัยมาเร็วขึ้น เนื่องจากสารพิษในบุหรี่ทั้งนิโคติน ทาร์ ไปลดประสิทธิภาพการทำงานของเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ส่งสารอาหารมาเลี้ยงบำรุงผิว การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น เพราะร่างกายต้องดูดน้ำออกจากผิวเพื่อหล่อเลี้ยงส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อยๆ > เช่น ขมวดคิ้ว เลิกหน้าผาก ยิ้มมากๆ นอกจากหน้าเหี่ยวแล้ว ยังเกิดเป็นริ้วรอยร่องลึกนั่นเอง


Related Posts