ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นที่บาดใจ มาเช็คสัญญาณแบบเจาะลึกพร้อมวิธีแก้ไข

ริ้วรอยใต้ตา

ริ้วรอยใต้ตา เรื่องกังวลใจของสาวๆ หลายคน เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แต่ดันดูแลและบำรุงไม่ดีจนเกิดริ้วรอย ร่องลึก สร้างความเจ็บช้ำใจ…ทุกครั้งที่ส่องกระจกหรือแต่งหน้า

 

#เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ… การมีดวงตาคู่สวย สดใส สามารถสะกดใจและสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดีไม่แพ้วิธีอื่น แต่บางครั้งการใช้สายตาไปสะกดใจใครนั้น คงไม่ดีแน่หากเขามองกลับมาแล้วแทนที่จะโฟกัสแววตาคู่สวยที่เปล่งประกาย กลับเห็นแต่ความเหี่ยวย่น รอยตีนกาบริเวณหางตา ถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยและความหมองคล้ำรอบดวงตาแทน ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในเรื่องการดูแลผิวรอบดวงตา ด้วยความอ่อยโยน เพราะเป็นตำแหน่งที่บอบบางและเซ้นท์ซิทีฟมากที่สุดบนใบหน้า แต่ก่อนจะไปรวบรัดถึงวิธีแก้ มารู้จักสาเหตุต้นตอของมันกันก่อนดีกว่า

 

สาเหตุริ้วรอยใต้ตาและปัญหาผิวรอบดวงตา

อายุ เพราะอายุที่เพิ่มมากขึ้นสวนทางกับการทำงานที่ลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ในผิวที่ลดลง ทำให้สังเกตได้ว่าผู้หญิงช่วงปลายอายุ 20 จะเริ่มมีริ้วรอยใต้ตาและรอบดวงตาบางๆ ซึ่งเกิดจากการแสดงอารมณ์หรือการยิ้มนั่นเอง พออายุ 30 จากริ้วรอยบางๆ ก็จะลึกขึ้น ชัดเจนขึ้น รวมตัวกันเป็นรอยเหี่ยวย่นและรอยตีนกา จนถึงช่วงปลายอายุ 30 รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาจะเพิ่มมากขึ้น และปรากฏให้เห็นความหย่อนคล้อยอย่างชัดเจน

แสงแดด การโดนแสงแดดสะสมเป็นเวลานานในแต่ละวัน นอกจากทำให้ผิวหมองคล้ำแล้ว ยังทำให้ภูมิต้านทานทั้งผิวและร่างกายลดลงเพราะสารอนุมูลอิสระที่เพิ่มขึ้น จนมุ่งหน้าบุกเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิว ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่นจนทำให้เกิดริ้วรอยตามมา ยิ่งถ้าอยู่กลางแจ้งแล้วหยีตาบ่อยๆ จะไม่ใช่แค่ริ้วรอยใต้ตานะที่ถามหา แต่จะได้ตีนกาแถมมาด้วย

เมคอัพ เรารู้อยู่แล้วว่าพลังของเมคอัพ สามารถเปลี่ยนผู้หญิงให้ดูดีขึ้นได้มากขนาดไหน? สาวๆ ที่ต้องเมคอัพก่อนออกจากบ้านเป็นประจำ คุณก็มีโอกาสเกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่ายเช่นกัน เพราะส่วนหนึ่งมาจากการตกค้างของเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นอายแชโดว์ อายไลเนอร์ มาสคาร่า ที่ล้างทำความสะอาดไม่หมด รวมถึงน้ำหนักมือระหว่างที่เช็ดทำความสะอาดก็มีผล เพราะผิวบริเวณรอบดวงตานั้นบอบบางมาก หากเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำหนักมือที่รุนแรงหรือออกแรงถูมากจนเกินไปจะทำให้ระคายเคืองและเกิดริ้วรอยรอบตาได้

ความชุ่มชื้นที่หายไป ผิวใต้ตาที่ขาดความชุ่มชื้นก็เหมือนดินที่ขาดน้ำ ทำให้เกิดรอยแห้งแตก ดังนั้น พยายามรักษาความชุ่มชื้นบริเวณรอบดวงตาอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยเหี่ยวย่นที่ใต้ตา

อารมณ์ความรู้สึก การแสดงออกถึงความสุข โกรธ เศร้า กังวลใจผ่านทางสีหน้าและดวงตา เมื่อนานวันเข้าท่าทางเหล่านี้จะเป็นการกดทับคอลลาเจนใต้ผิว จนส่งผลให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวลดลงและเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาเมื่อนั้นจะเกิดเป็นร่องและริ้วรอยอย่างเห็นได้ชัด

 

ริ้วรอยใต้ตา_IndiGlow1

 

เช็คสัญญาณเตือนแบบเจาะลึกว่า “ริ้วรอยใต้ตา” เริ่มเข้ามาทักทายคุณบ้างหรือยัง?

1.รอยตีนกา > จะยิ้มหรือไม่ได้ยิ้มก็ตาม แต่ก็ยังเห็นเส้นริ้วรอยบริเวณหางตา ที่มีลักษณะเป็นแฉกเหมือนตีนกา

2.ความหมองคล้ำที่ใต้ตา > ถึงไม่ได้นอนดึกหรืออดนอนบ่อยๆ ก็เห็นความหมองคล้ำที่ใต้ตา พาให้โดนทักว่าเป็นแพนด้าหลุดมาจากสวนสัตว์

3.ถุงใต้ตาหย่อนคล้อย > ก็ไม่ได้ตามเทรนด์เมคอัพสร้างถุงใต้ตาให้หน้าดูเด็กคาวาอี้ แต่ก็มีถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยมาให้เอง

4.เส้นริ้วรอย > เริ่มมีผิวแห้ง ฝ้า กระ ผิวบริเวณรอบๆ ใต้ตาก็เริ่มหย่อนคล้อยดูไม่กระชับ และเห็นเป็นเส้นริ้วรอยบางๆ

 

หากลองส่องกระจกแล้วเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ก็อย่าเพิ่งแพนิคไป เราสามารถดูแลตัวเองชะลอและลดการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ด้วยวัตถุดิบใกล้ตัว รับรองว่าทำง่ายและได้ผลจริง!

 

บอกลาริ้วรอยใต้ตา รอยย่นที่บาดใจ ด้วยวิธีธรรมชาติ

1.อโวคาโด

ต้องยกให้เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการความงาม เพราะนอกจากมีวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิวพรรณแล้ว ยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ แถมขึ้นชื่อเรื่องการลดน้ำหนักได้ดี และสามารถนำมามาส์กใต้ตาได้ด้วย โดยการเฉือนเอาแต่เนื้อที่ใกล้เมล็ดเพื่อให้เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวสัก 2 – 3 ชิ้น (ต่อข้าง) มามาส์กทิ้งไว้ 20 นาที จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวใต้ตาเพื่อผิวชุ่มชื้นขึ้นป้องกันริ้วรอยใต้ตาจากการสูญเสียความชุ่มชื้น แถมลดรอยคล้ำได้ด้วยนะ

 

2.ใบบัวบก

ใครว่าใบบัวบกแก้ได้เฉพาะเรื่องช้ำใน แต่ยังช่วยลดริ้วรอยรอบตาให้เราได้ด้วย เพราะในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ลดการเสื่อมสภาพของผิวที่เป็นต้นเหตุของความหย่อนคล้อย สามารถทำได้โดยนำใบบัวบกมาปั่นกับน้ำเปล่า กรองเอาแต่น้ำมามาส์กทิ้งไว้ 10 – 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นก่อนแล้วจึงตามด้วยน้ำเย็นเพื่อกระชับรูขุมขน

 

ริ้วรอยใต้ตา_IndiGlow2

 

3.น้ำมันมะกอก

นอกจากจะฮอตมากในกลุ่มคนรักสุขภาพจัดๆ แล้ว น้ำมันมะกอกยังเป็นที่ชื่นชอบของเหล่ากูรูความงาม และได้ชื่อว่าเป็นเคล็ดลับประทินโฉมของชาวกรีกมากว่า 4,000 ปี เพราะเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอีชั้นเยี่ยม ที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้เป็นอย่างดีโดยไม่ทิ้งคราบเหนอะหนะกวนใจ โดยนำมานวดเบาๆ บริเวณใต้ตาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใต้ตาได้ดี

 

 

4.แครอท

ถ้าอยากให้ดวงตาคู่สวยอยู่กับเราไปนานๆ แครอทถือเป็นตัวเลือกที่ดีของอาหารบำรุงสุขภาพดวงตา นอกจากช่วยบำรุงสายตาแล้ว วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ที่มีอยู่สูงในแครอท เปรียบเสมือนอัศวินที่คอยป้องกันผิวจากแสงแดดและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระมากมายที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้ เราสามารถนำแครอทมามาส์กใต้ตาได้ โดยปั่นละเอียดแบบไม่ต้องแยกกาก มาส์กบนหน้าทิ้งไว้ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เท่านี้ก็สามารถช่วยลดริ้วรอยใต้ตาพร้อมป้องกันการเกิดใหม่ได้แล้ว

 

 

5.กาแฟ

การดื่มกาแฟดำหรือเอสเปรสโซเป็นประจำก็ช่วยชะลอวัยได้ เพราะกาแฟเอสเปรสโซจะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการสะสมของออกซิเจนที่มีมากเกินไปจนอาจทำให้แก่เร็ว อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ คาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นผิวให้สดใสและสารสีดำของกาแฟช่วยดูดซับสารพิษและสิ่งตกค้างออกจากผิวได้อีกด้วย มากกว่านั้น กาแฟเอสเปรสโซสามารถช่วยเรื่องริ้วรอยรอบดวงตาโดยตรงได้เช่นกัน

โดยก่อนอื่นนำอุปกรณ์เสริมอย่างหน้ากากมาส์กตาที่มีเจลเย็นๆ ไปแช่เย็นไว้ก่อน จากนั้นนำกระดาษทิชชู่มาตัดให้พอดีกับดวงตา และนำไปชุบน้ำกาแฟเอสเปรสโซมาวางบนผิวบริเวณรอบดวงตา แล้วทับด้วยหน้ากากมาส์กหน้าที่เย็นแล้ว ทิ้งไว้ 15 นาที จะช่วยลดริ้วรอยและความหมองคล้ำใต้ตา แถมเจลเย็นๆ จากหน้ากากมาส์กยังทำให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น

แต่อย่าเผลอดื่มกาแฟที่เหลือช่วงก่อนนอนนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นแพนด้าเพราะนอนไม่หลับ!

 

นอกจากวิธีธรรมชาติที่สามารถหาได้ง่ายๆ แล้วครีมลดริ้วรอยในปัจจุบันก็เป็นอีกทางเลือกที่คุณสามารถบำรุงผิวและป้องกันริ้วรอยใต้ตาได้เช่นกัน โดยสามารถบำรุงควบคู่ไปกับการทานอาหารดีมีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ผิวกระชับ เต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย หรือมีรอยริ้วต่างๆ มาเยี่ยมเยียนให้กังวลใจ


Related Posts