“ผิวไหม้แดด” อย่าเพิ่งหมดหวัง ลอง 5 ทริคนี้ แดดแรงแค่ไหนก็ชนะ!

“ผิวไหม้แดด” มีหน้าตาแบบไหน? ลองนึกภาพผิวเกรียมราวกับหมูย่างร้อนๆ ดูสิ เชื่อว่าสาวๆ คงไม่อยากเป็นเจ้าของผิวแบบนี้แน่นอน เพราะผิวต้องถูกเบิร์นจากแสงแดดจนมีสีคล้ำ แสบแดง จนเกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงแบบคาดไม่ถึง และถึงแม้จะแก้ปัญหาด้วยการทาครีมกันแดดออกจากบ้าน ผิวก็ยังเกิดอาการไหม้ได้หากต้องออกแดดที่ร้อนจัดนานเกิน 15 นาที!

 

ถึงจะเป็นหน้าหนาวดวงอาทิตย์ก็ไม่ได้ลาพักร้อนไปไหน รู้หรือไม่ว่าฤดูที่ทำให้ผิวคล้ำเสียเร็วที่สุดคือ “ฤดูหนาว” ไม่ใช่ฤดูร้อนที่แดดเปรี้ยงๆ ในเดือนเมษาอย่างที่เราเข้าใจ ผิวไหม้แดดจึงเป็นปัญหาผิวพรรณที่ถูกมองข้ามด้วยเหตุผลข้างต้น ซึ่งมักเกิดขึ้นกับสาวๆ ที่ต้องทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นประจำ อาทิ สาวออฟฟิศที่ต้องใช้ชีวิตครึ่งหนึ่งอยู่กับแสงแดดตอนกลางวัน สาวเฮลท์ตี้ที่หลงใหลการเล่นกีฬากลางแจ้ง รวมไปถึงสาวๆ ที่ชอบอาบแดดเพื่อไล่ตามกระแสสาวผิวสีแทนที่กำลังระบาดหนักโดยไม่ป้องกัน หรือทาครีมกันแดดไม่เพียงพอ อย่าชะล่าใจเชียว เพราะมีรายงานระบุว่าทุกปีจะมีคนที่สูญเสียน้ำมากจากการอาบแดดจนถึงขั้นต้องนอนให้น้ำเกลือทีเดียว

โดยเฉพาะสาวผิวขาวจะมีความไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ อาการผิวไหม้แดดจึงมาถามหาได้ง่ายที่สุดเช่นกัน ซึ่งหากเป็นแล้วต้องใช้เวลารักษานานกว่าสภาพผิวและสีผิวจะกลับมาเป็นปกติ ซึ่งบางคนอาจกินเวลานานกว่า 1 เดือน เอาเป็นว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ไม่รีบรักษา จะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังในอนาคตได้ แสงแดดนี่ร้ายกว่าที่คิดเยอะเลยจริงไหม? แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับอาการผิวไหม้แดดให้ทะลุปรุโปร่งกันก่อนดีกว่า

 

อาการแบบไหนที่เรียกว่า “ผิวไหม้แดด”

เบื้องต้นจะมีอาการแสบผิวและคัน รู้สึกถึงความร้อนระอุที่สะสมในผิวอย่างชัดเจน ถ้ายิ่งฝืนอยู่กลางแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่อไปก็อาจทำให้ผิวหนังมีอาการไหม้แดดมากขึ้น ลองสังเกตดูจะพบว่าผิวเปลี่ยนเป็นสีแดง มีอาการปวดแสบปวดร้อน กลายเป็นสีคล้ำและมีอาการคันร่วมด้วย บางคนหนักหนาถึงขั้นมีผิวหนังลอกออกมาเป็นขุยให้เห็นเลย

 

ผิวไหม้แดด… น่ากลัวแค่ไหน?

จากรายงานของแพทย์ผิวหนังระบุว่า โดยปกติแค่โดนแดดต่อเนื่องตั้งแต่ 15 นาที ไปจนถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ผิวก็เริ่มไหม้แดดแล้ว! ลองมาวัดระดับความพีคได้เลย เพราะคุณอาจจะเป็นอยู่แต่ไม่รู้ตัวก็ได้

Level 1 อักเสบเล็กน้อย แสบแดง อาจมีอาการคันร่วมด้วย

Level 2 มีอาการปวดแสบปวดร้อนตามผิวหน้าและผิวตัว มีผิวบวมแดงให้เห็นบ้าง

Level 3 ผิวพุพองเหมือนโดนน้ำร้อนลวก มีตุ่มน้ำที่รู้สึกแสบร้อนเกิดขึ้น หรือมีผิวหนังหลุดลอกออกมา

 

“ไวเทนนิ่ง” จึงเป็นเหมือนไม้ตายที่ช่วยกู้ผิวไหม้แดดในเวลาเร่งด่วนที่สาวๆ มักนึกถึงเป็นช้อยส์แรก ต้องบอกว่านี่เป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะครีมบำรุงที่คิดว่าน่าจะช่วยได้อาจจะยิ่งซ้ำเติมรอยไหม้แดดให้ลุกลามไปกันใหญ่ ทางที่ดีควรให้เวลาผิวได้ปรับสภาพและฟื้นฟูในระดับหนึ่งก่อนจะดีกว่า ซึ่งอาจกินเวลามากน้อยต่างกันตามสภาพผิวของแต่ละคน เราจึงอดเป็นห่วงสาวๆ ที่ต้องรับมือกับอาการผิวไหม้แดดจนผิวคล้ำตามลำพังไม่ได้จริงๆ

นอกจากสารพัดวิธีเร่งด่วนสุดคลาสสิคที่ควรทำทันทีหลังผิวถูกเบิร์นคือ การอาบน้ำเย็นเพื่อช่วยให้เส้นเลือดฝอยหดตัว ทำให้รู้สึกแสบร้อนลดลง แต่หากอยู่ในภาวะเจ็บป่วยหรือกังวลว่าร่างกายอาจจะปรับอุณหภูมิไม่ทัน ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่โดนแดดเผา ทำซ้ำหลายๆ ครั้งเพื่อให้อุณหภูมิกลับมาคงที่ ก็สามารถบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ดีไม่แพ้กัน เมื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นแล้ว เราขอแนะนำ 5 ทริคเด็ดที่ช่วยฟื้นฟูผิวไหม้จากแดดให้ดีขึ้นได้อย่างเห็นผล ถ้าพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลย

 

ผิวไหม้แดด_IndiGlow2

 

5 วิธีประคบประหงม “ผิวไหม้แดด” เพื่อฟื้นฟูผิวหน้าให้กลับมาสดใส

1.ลดความร้อนด้วยฤทธิ์เย็นของว่านหางจระเข้

สมุนไพรไทยๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนได้ดี สมัยก่อนคนโบร่ำโบราณมักนิยมใช้หากเกิดแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก และในแง่ของความงามก็เป็นที่รู้กันว่า ว่านหางจระเข้เป็นมือวางอันดับหนึ่งที่ช่วยปลอบประโลมผิวที่คล้ำเสียหรือถูกเผาไหม้จากแดดได้

วิธีทำ > นำเนื้อวุ้นใสๆ ที่ล้างยางออกจนหมดแล้วมาพอกไว้บริเวณผิวที่ไหม้แดด ทำซ้ำทุกวันจนกว่าผิวจะมีอาการดีขึ้น เนื้อวุ้นใสๆ จะช่วยให้รู้สึกเย็นสดชื่น และยังซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนังไปป้องกันการคายน้ำของผิว ช่วยรักษาผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ถ้าหาไม่ได้จริงๆ เจลหรือครีมที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสมานผิวได้ดีไม่แพ้กัน

 

2.เคลือบผิวด้วยน้ำมันมะพร้าว

สุดยอดไอเท็มความงามที่ชนะเลิศเรื่องการขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว พร้อมเผยเซลล์ผิวใหม่ที่อ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี ให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้น เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินอีสูง แต่น้อยคนจะรู้ว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถรักษาอาการผิวไหม้เกรียม หรือมีอาการระคายเคืองหลังจากตากแดดเป็นเวลานานได้ดีเช่นกัน

วิธีทำ > นำสำลีชุบน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ทาบริเวณที่ผิวมีการไหม้และนวดเบาๆ ก็จะช่วยให้รอยไหม้จากแสงแดดนั้นค่อยๆ จางลงอย่างเป็นธรรมชาติ และหายปวดแสบปวดร้อนภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

3.เติมความชุ่มชื้นด้วยแตงกวา

แตงกวาเป็นเหมือนมอยเจอร์ไรเซอร์ชั้นเยี่ยมจากธรรมชาติ ช่วยเติมน้ำให้ผิวหน้า ผลัดความหมองคล้ำออกจากผิว กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้ง สามารถคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวไหม้แดดได้ดี เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ป้องกันผิวจากแสงแดด ช่วยเสริมสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนในชั้นผิวอีกด้วย

วิธีทำ > นำแตงกวามาปอกเปลือก ล้างยางออกให้หมดแล้วแช่ให้เย็นจัด บดให้ละเอียดพอกลงไปบนผิวหน้า และตามจุดต่างๆ ที่ผิวมีอาการไหม้จากแดด ทิ้งไว้ 5-10 นาที ความเย็นและวิตามินในแตงกวาจะช่วยเยียวยาและฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดให้แข็งแรงขึ้น

 

4.ลดการระคายเคืองด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vinegar)

นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารแล้ว แอปเปิ้ลไซเดอร์ยังช่วยในการปรับสมดุลของค่าความเป็นกรดและด่างของผิวหนัง รักษาผิวหนังที่อักเสบ เพราะมีส่วนประกอบที่เป็นกรดอะซิติก (Acetic Acid) ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน หยุดอาการคัน และความเสียหายของผิวที่ถูกเบิร์นจากแสงแดดได้

วิธีทำ > นำผ้าขนหนูเนื้อนุ่มๆ ชุบน้ำส้มสายชูแล้วประคบบริเวณที่ผิวมีอาการไหม้เกิดขึ้น ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออกให้สะอาด หรือใช้เป็นโทนเนอร์เช็ดผิวหน้า โดยใส่ในขวดสเปรย์แล้วนำมาฉีดพรมผิวตามจุดต่างๆ ที่มีอาการระคายเคือง ก็ช่วยบรรเทาอาการได้เช่นกัน

 

5.บำรุงและเติมเต็มด้วยมะเขือเทศ

เรามักจะคุ้นเคยกันดีกับสรรพคุณระดับนัมเบอร์วันของมะเขือเทศ โดยเฉพาะสาวๆ ที่รักสวยรักงามมักนิยมนำมะเขือเทศมาใช้มาส์กหน้า หรือไม่ก็ดื่มสดๆ เพื่อบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากอุดมไปด้วยไลโคปีน วิตามิน A, C ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และหนึ่งในคุณประโยชน์ที่ชนะเลิศของมะเขือเทศคือ มีส่วนช่วยบำรุงผิวที่ไหม้หรือคล้ำเสียจากแสงแดดได้

วิธีทำ > นำมะเขือเทศ 2-3 ลูก แช่ให้เย็นจัด ฝานบางๆ และนำไปวางตามจุดที่มีอาการไหม้แดดหรือแสบแดง ทิ้งไว้ 15- 20 นาที หรือจะนำมาบดให้ละเอียดแล้วกรองเอาแต่เนื้อมาผสมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาพอกผิวที่ไหม้เสียจากแสงแดดก็ได้ผลดีเช่นกัน

ทั้ง 5 ทริค เป็นวิธีช่วยฟื้นฟูผิวไหม้แดดที่คล้ำเสียให้ดีขึ้นได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่ผิวจะกลับสู่สภาพปกติและแข็งแรง แต่จะดีกว่าไหมหากเราเริ่มป้องกันตั้งแต่แรก ด้วยการทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปสู้แดด ขอแนะนำ

IndiGlow® Seductive White Rejuvenating Moisturizer ที่เป็นเหมือน All in one Moisturizer รวมทุกการบำรุงไว้ในหนึ่งเดียว อุดมด้วยสารสกัดจากเห็ดสีฟ้า และสารสกัดอันทรงคุณค่าจากธรรมชาติอีก 5 ชนิด ให้ผิวชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย ล็อคความกระจ่างใส อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ด้วยค่า SPF 30 PA++++ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผิวไหม้แดด_Indiglow2


Related Posts