“ครีมลดริ้วรอย” ที่ใช้อยู่กู้ผิว (ให้กลับมาเรียบเนียน) ได้จริงหรือ?

ครีมลดริ้วรอย

ครีมลดริ้วรอย … ดูเหมือนจะเป็นตัวช่วยเบอร์หนึ่งของผู้หญิงที่กำลังต่อสู้กับริ้วรอยบนใบหน้า ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ชะลอวัยและลดริ้วรอย (Anti-aging cosmetics) จากเคาน์เตอร์แบรนด์หรือช่องทางใด ก็ล้วนให้ผลลัพธ์ในการลดเลือนริ้วรอยได้ทั้งสิ้น แต่การจะหาครีมที่ถูกชะตา มาพร้อมคุณภาพ ความปลอดภัย และราคาที่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

ผู้หญิงยุคใหม่ แค่สวย ฉลาด ดูดี คงไม่พอ ต้องมีผิวหน้าและผิวกายที่แลดูอ่อนเยาว์ด้วย ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเคยใช้ชีวิตแบบ work hard play hard สมบุกสมบันแค่ไหน แต่พอก้าวเท้าเข้าสู่วัย 30+ เชื่อว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยจะเริ่มจิตตก เพราะทุกครั้งที่ส่องกระจกแม้ไม่ได้ตั้งใจจับผิดก็จะเห็นสัญญาณของอายุที่มากขึ้น นั่นคือริ้วรอยความเหี่ยวย่นต่างๆ ที่พาเหรดกันมาเยือนบนใบหน้าอย่างว่องไว เนื่องจากปริมาณการสร้างคอลลาเจนที่ลดลงทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นน้อยลงไปด้วย ริ้วรอยที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ จึงปรากฏตัวขึ้นให้เห็นชัดเจนราวกับเป็นผู้ชนะ

 

ความน่ากลัวที่ตามมาและหลีกเลี่ยงได้ยากคือ หากริ้วรอยนั้นฝังรากลึกจนเกินเยียวยา อาจต้องปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมต่างๆ อาทิ การทำทรีตเม้นท์เพื่อยกกระชับ ฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหมดึงหน้า หรือทำเลเซอร์เฉพาะจุด ซึ่งแม้จะเป็นที่นิยมและให้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด แต่มีความเสี่ยง ต้องทนกับความเจ็บปวดและอาจต้องใช้เวลาในการพักฟื้น… จะดีกว่าไหมหากเริ่มปกป้องตั้งแต่มองเห็นริ้วรอยตื้นๆ ซึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการใช้ “ครีมลดริ้วรอย” เพื่อยกกระชับหน้าแต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าครีมลดริ้วรอยที่ใช้อยู่ จะช่วยกู้ผิวที่มีริ้วรอยให้กลับมาเรียบเนียนได้จริง

 

เราจึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมและเคล็ดลับการเลือกใช้ครีมลดริ้วรอยที่ใช่ ได้ผลจริง ให้คุณได้ทำการบ้านสักนิดเพื่อประกอบการตัดสินใจและเปรียบเทียบกับครีมที่ใช้อยู่ทุกวัน ว่าครีมเหล่านั้นดีพอที่คุณจะอนุญาตให้เข้ามายึดพื้นที่บนใบหน้าหรือยัง?

 

ครีมลดริ้วรอย_IndiGlow1

 

ส่วนผสมที่มักจะพบเห็นบนผลิตภัณฑ์ครีมลดริ้วรอย

 

1.วิตามินลดริ้วรอย วิตามินไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ในแง่ของผิวพรรณมีวิตามินหลายตัวที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกัน ต่อต้านและลดการเกิดริ้วรอยอย่างได้ผล แน่นอนว่าวิตามินที่เป็นเหมือนนางฟ้าของผู้หญิงคือวิตามินซี ทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ ให้ผิวตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นสูง แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และช่วยปกป้องอันตรายจากแสงแดดได้

 

ถัดมาคือวิตามินเอ หรือที่รู้จักกันในชื่อของเรตินอล (Retinal) มีบทบาทสำคัญที่ช่วยในเรื่องของผิวเรียบเนียนเป็นหลัก เพราะกระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวชั้นนอกสุด ทำให้ผิวที่ผลัดใหม่เรียบเนียน ริ้วรอยที่มีก็ดูจางลง และผู้ช่วยคนสุดท้ายคือวิตามินอี มีคุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับวิตามินซี แต่เป็นอีกภาคหนึ่งเท่านั้น นั่นคือช่วยคืนความยืดหยุ่นและฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาแข็งแรง

 

2.สารสกัดจากธรรมชาติ ขึ้นชื่อว่าธรรมชาติก็หายห่วงเรื่องความปลอดภัย สารสกัดแต่ละชนิดก็ให้สรรพคุณที่แตกต่าง เริ่มจาก เอเอชเอ (AHA) หรือที่เราคุ้นเคยกันในฐานะสารสกัดจากกรดผลไม้ เอเอชเอ เป็นผู้ช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวชั้นนอกสุดหลุดออกมาอย่างง่ายดาย เมล็ดองุ่น อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ช่วยต้านและยับยั้งกระบวนการทำลายเซลล์อีลาสตินและคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยไม่มารบกวนผิว โดยเฉพาะสารที่ชื่อว่าเรสเวอราทรอล (Resveratrol) พบมากในเปลือกองุ่นแดงที่นำมาสกัดเป็นไวน์แดง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยมที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว โดยไปกระตุ้นคอลลาเจนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ต่อกันที่ ถั่วเหลือง <นอกจากมีสารไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ที่ทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งตึง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูเด้ง แข็งแรงและเนียนนุ่ม รวมถึงมีสารเจนิสติน (Genistein) ที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้สดใส ทำให้ผิวดูเด็กลงและป้องกันริ้วรอยอีกด้วยสาหร่ายทะเล เป็นศูนย์กลางที่รวบรวมทั้งวิตามินเอ โปรตีน ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันริ้วรอยและซ่อมแซมผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาสดใส

 

ที่ลืมไม่ได้เลยคือ ชาเขียว อุดมด้วยสารโพลีเฟนอล (Polyphenol) ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินอีในปริมาณที่เท่ากันถึง 20 เท่า นอกจากช่วยขับสารพิษและสิ่งสกปรกบนใบหน้า ชะลอไม่ให้เกิดริ้วรอยได้แล้ว ยังช่วยฟื้นฟูให้ผิวสดใสเปล่งปลั่ง และที่สำคัญคือป้องกันรังสียูวีที่ทำร้ายผิวได้

นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมอีกมากมายที่มุ่งให้การปกป้องผิวมากกว่าแค่ลดริ้วรอย อาทิ เพื่อบำรุงผิวโดยตรง ช่วยให้ผิวขาว ต้านรังสียูวี ฯลฯ ซึ่งล้วนให้ผลในแง่ของการยกกระชับผิว (Face lift cream) และเร่งการผลัดผิว (Cell renewal cream) นั่นเอง

 

ครีมลดริ้วรอย_IndiGlow2

 

วิธีเลือกครีมลดริ้วรอยที่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดและคุ้มค่า

รู้ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมต่างๆ แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าตัวไหนที่ใช่ เรามีหลักเกณฑ์ดีๆ เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจให้ง่ายขึ้น

 

1.ส่วนผสมมาก่อนราคา > ครีมที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับส่วนผสมไม่ใช่ราคา เพราะถึงจะมีราคาแพงแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ดีที่สุด เพราะส่วนผสมแต่ละอย่างก็ให้สรรพคุณและมีฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป ควรมองหาส่วนผสมที่หลากหลายและครบถ้วนในตัวเดียวเพื่อความคุ้มค่า

 

2.ได้รับการรับรองมาตรฐาน > เลขที่จดแจ้งหรือ อย.นั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงาม หากครีมลดริ้วรอยที่คุณกำลังมองหามีหลักประกันตัวนี้ ก็เท่ากับว่าผ่านเกณฑ์การตรวจสอบคุณภาพมาแล้ว นอกจากนี้ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิว และมีวินัยในการใช้อย่างต่อเนื่อง

 

3.อย่าดูที่ปริมาณเนื้อครีมเพียงอย่างเดียว > ขนาดหรือปริมาณของผลิตภัณฑ์ย่อมสำคัญน้อยกว่าส่วนผสม อย่าเลือกซื้อเพียงเพราะครีมนั้นมีปริมาณมากกว่าเมื่อเทียบกับราคาที่ถูกลง เพราะบางครั้งราคาก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงประสิทธิภาพของครีม แต่ควรดูที่ความเข้มข้นของส่วนผสม เมื่อทดลองแล้วเกิดอาการแพ้หรือไม่

 

4.ใช้ครีมหลายตัวไม่ได้ช่วยให้ริ้วรอยหายเร็วขึ้น > เพราะผู้หญิงเราใจร้อน อะไรที่ใครว่าดีก็ไม่รีรอที่จะซื้อตาม ยิ่งซื้อหลายกระปุก มุ่งมั่นหมั่นทาทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ด้วยความหวังว่าริ้วรอยจะจางหายในเร็ววัน นี่คือความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะยิ่งทามากเท่าไรยิ่งทำให้ผิวไม่ได้พัก อาจเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย ทางที่ดีควรเลือกครีมที่ใช่เพียงตัวเดียวจะดีกว่า

 

5.ครีมที่เป็นมากกว่าแค่ลดริ้วรอย > หากสังเกตให้ดีจะพบว่าเดี๋ยวนี้ครีมลดริ้วรอยไม่ใช่ครีมที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือยกกระชับหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น และมีส่วนผสมของสารป้องกันแดดรวมอยู่ด้วย เพราะแสงแดดเป็นตัวการที่ทำให้ผิวเสื่อมได้เร็วและมีริ้วรอยได้ง่ายเช่นกัน หากครีมที่ใช้อยู่มีคุณสมบัติตามนี้ก็ถือว่าผ่าน

 

6.กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน > คุณอาจเคยได้ยินว่าถ้าอยากให้ริ้วรอยลดเลือนต้องเติมคอลลาเจนให้ผิว แต่ในความเป็นจริงคอลลาเจนไม่สามารถซึมเข้าสู่ผิวหรือทะลุรูขุมขนได้ เนื่องจากมีโมเลกุลขนาดใหญ่ ดังนั้น ควรเลือกครีมลดริ้วรอยที่มีสรรพคุณในการกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจน (ไม่ใช่มีส่วนผสมของคอลลาเจน) จึงจะสามารถต่อสู้กับริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นบนผิวหน้าเราได้

 

ได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว หวังว่าจะเป็นอีกทางเลือกให้ผู้หญิงทุกคนโบกมือลาจากริ้วรอย ทวงคืนผิวเรียบเนียนอ่อนเยาว์เหมือนเป็นคุณคนใหม่ ยิ้มอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลริ้วรอยที่ร่องแก้ม มุมปาก หรือใต้ดวงตาคู่สวยอีกต่อไป


Related Posts