ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้า ใช้อย่างไรให้เกิด ผิวไม่ถูกรุกรานอีกต่อไป

ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้า ไอเท็มกู้คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่เพราะความเคยชินและไม่รู้วิธีใช้ที่ถูกต้อง ทำให้สาวๆ ได้ผลลัพธ์จากการใช้ครีมลดริ้วรอยไม่เต็มที่อย่างที่หวังไว้… มาเช็คลิสต์เคล็ดลับใช้ครีมอย่างไรให้ได้ผล เพื่อลดปัญหาริ้วรอยไม่ให้รุกรานบนใบหน้าสวยๆ อีกต่อไป

 

เมื่ออายุเพิ่มขึ้นการใส่ใจดูแลตนเองก็ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะกระบวนการต่างๆ ของร่างกายนั้นเริ่มลดการทำงานลง และแสดงจุดอ่อนออกมาให้เห็นชัดเจนผ่านทางผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นรูขุมขนกว้าง ผิวแห้ง ผิวเหี่ยว ผิวย่น ริ้วรอยใต้ตา ร่องแก้ม ปัญหาต่างๆ เหล่านี้แทบจะติดจรวดเพิ่มอายุให้เราโดยไม่ทันตั้งตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาสกินแคร์บนโต๊ะเครื่องแป้งของสาวๆ จะเต็มไปด้วยครีมและเซรั่มเพื่อแก้ปัญหาผิวต่างๆ เหล่านี้ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกหนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้ในการคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว นั่นก็คือครีมลดริ้วรอยบนใบหน้า ที่จะช่วยยืดระยะเวลาให้สาวๆ ได้โกงอายุ อวดความอ่อนเยาว์ให้อยู่กับผิวได้นานขึ้น

 

แต่ทว่าปัญหาใหญ่ของผู้หญิงมักจะเป็นเรื่องของความพิถีพิถันในการสรรหาสิ่งดีๆ ให้กับผิว ยิ่งเป็นครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยแล้ว ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แต่จะเลือกยังไงให้ดีกับผิว? คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป สาวๆ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจเลือกซื้อได้ที่ “ครีมลดริ้วรอย”

 

และเพื่อให้ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าที่สาวๆ เลือกใช้เห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด ยังมีเคล็ดลับสำคัญเกี่ยวกับวิธีการใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่สาวๆ ลองเช็คลิสต์สิ่งเหล่านี้ว่าได้ทำตามกันอยู่ไหม?

เคล็ดลับการใช้ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้า

1.ตัวช่วยป้องกัน

ศัตรูที่เป็นอันตรายต่อผิวและพบเจอได้ง่ายที่สุดนั่นก็คือ “แสงแดด” รังสียูวีในแสงแดดนอกจากจะทำให้สีผิวเข้มขึ้นได้แล้ว ยังมีความสามารถสูงในการทะลุผ่านผิวชั้นบน ตรงเข้าทำร้ายลึกได้ถึงผิวชั้นใน กระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น นำไปสู่การเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และเพราะการทำงานของครีมลดริ้วรอยนั้นมีกระบวนการช่วยสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่กับการดูแลคอลลาเจนและอีลาสตินของผิว ดังนั้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและการทำงานของครีมได้อย่างเต็มที่ อย่าลืมป้องกันผิวในระหว่างวันด้วยการทาครีมกันแดด ใช้ร่มกันยูวีหรือสวมหมวกเพื่อช่วยกรองรังสี และลดการเผชิญหน้ากับแสงแดดโดยตรงด้วย

 

2.ชุ่มฉ่ำ อิ่มน้ำ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ไม่ยาก คือผิวที่ขาดความชุ่มชื้นเพียงพอ ยิ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้น ผกผันกับกระบวนการดูแลผิวที่ทำหน้าที่ได้ลดลง กรดไฮยาลูรอนิคในร่างกายที่มีลักษณะเหมือนเจลยืดหยุ่นในชั้นผิวก็ถูกลดจำนวนการผลิตไปตามอายุเช่นกัน ทำให้โครงสร้างชั้นผิวไม่เต่งตึง ฟีบหลวม เกิดการยุบตัวลง จนเกิดเป็นริ้วรอยปรากฎให้เห็น ดังนั้น การเติมน้ำให้ผิว เพื่อรักษาสมดุลให้ความชุ่มชื้นคงอยู่กับผิว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมสร้างการทำงานให้ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าทำงานได้ดีขึ้น ในการตรงเข้ารักษาริ้วรอยได้อย่างตรงจุด

 

3.ถูกที่ ถูกเวลา

ข้อนี้ถือว่าสำคัญมากๆ ในการใช้ครีม ไม่ว่าครีมนั้นๆ จะมีคุณสมบัติช่วยดูแลในเรื่องอะไรก็ตาม หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือมีการลัดขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไป ประสิทธิภาพในการดูแลก็ยิ่งลดลงตามไปด้วย โดยหลังจากทำความสะอาดและบำรุงด้วยผลิตภัณฑ์ปรับสภาพผิว ก็ถึงตาของครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าแล้ว หรือใครที่มีปัญหาผิวหน้าอย่างอื่นก็สามารถลงได้เลยในขั้นตอนนี้

Step 1 บีบครีมอย่างน้อย 1 ข้อนิ้ว หรือตามที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์

Step 2 แต้ม 5 จุด ทั่วใบหน้า ได้แก่ หน้าผาก ปลายจมูก ปลายคางและหน้าแก้มทั้ง 2 ข้าง

Step 3 ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางช่วยในการเกลี่ยครีม จากกลางหน้าไปสุดที่ด้านข้าง และย้อนรูขุมขนเพื่อยกกระชับหน้า พยายามลงน้ำหนักมือให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากลงน้ำหนักมือแรงเกินไป จะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยและเหี่ยวย่นได้

เพียงแค่ทาครีมให้ถูกลำดับและถูกวิธี เท่านี้ครีมที่สาวๆ ทาก็จะซึบซับลงผิวได้ดีและให้ประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างเต็มที่

 

4.ผสม เพิ่ม เติมประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งวิธีการใช้ครีมลดริ้วรอยบนใบหน้าให้ได้ผล คือการนำมาผสมกับครีมตัวอื่น เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพของครีมได้อีกเท่าตัว เช่น ในการดูแลผิวระหว่างวัน ลองนำครีมลดริ้วรอยมาผสมกับครีมกันแดดที่ใช้อยู่ประจำ ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอก่อนแต่งหน้า เพราะในตัวครีมลดริ้วรอยจะมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดทอนและต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นเนื่องจากผิวโดนรังสียูวีในแสงแดด และทำให้ครีมกันแดดมีประสิทธิภาพในการป้องกันผิวดีขึ้น

เมื่อครีมกันแดดทำหน้าที่ป้องกันผิวได้ดีขึ้น ร่างกายลดการผลิตอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระในครีมลดริ้วรอยช่วยเสริมให้คอลลาเจนและอีลาสตินทำงานได้อย่างเต็มที่ โครงสร้างผิวแข็งแรง ริ้วรอยต่างๆ ก็จะไม่ตามมารุกรานให้น่ารำคาญใจแล้ว

 

5.ปล่อยวาง

‘อย่าเครียดไปเลย เครียดแล้วหน้าแก่ไวนะ’ หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคปลอบใจ เวลาเครียดในเรื่องบางเรื่องกันใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่าความเครียดเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดให้เกิดริ้วรอยและหน้าแก่ไวขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะเมื่อสาวๆ เข้าสู่ภาวะเครียด ร่างกายจะถูกสั่งให้หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัว เมื่อเครียดมากคอร์ติซอลก็ถูกหลั่งออกมามากจนเกินพอดี ส่งผลให้ไปยับยั้งกระบวนการผลิตคอลลาเจน ทำให้เซลล์ผิวซ่อมตัวเองช้า สร้างผิวใหม่ช้า ระยะเวลาการผลัดผิวช้าลงและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้น เพื่อไม่เป็นการซ้ำเติมผิวและบั่นทอนการทำงานของครีมลดริ้วรอยบนใบหน้า สาวๆ ไม่ควรพกความเครียดไว้กับตัวจนเกินพอดี ต้องหัดปล่อยวาง หากิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย อาทิ ฟังเพลง ออกกำลังกาย ไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ หรือจะลองนวดดีท็อกผิวหน้า ก็เป็นอีกวิธีผ่อนคลายที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของครีมได้ดีเช่นกัน แถมวิธีนี้สาวๆ ก็สามารถทำเองที่บ้านได้ด้วย

 

เพียงแค่ทำตามเช็คลิสต์ 5 ข้อนี้ ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ครีมลดเลือนริ้วรอยทำงานได้อย่างเต็มที่ แถมช่วยให้สาวๆ มีใบหน้าเด็กกว่าวัยและไม่ถูกรุกรานจากปัญหาริ้วรอยไปอีกนาน


Related Posts